โครงการค่ายสิ่งแวดล้อมสัมพันธ์ (Green Life Camp) โดย กลุ่มกิ่งก้านใบ

ระหว่างวันที่ 24 - 30 เมษายน 2546 ณ บ้านสลก อ.วังชิ้น จ.แพร่ 

ใช่แล้ว ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายนี้ เมื่อ 6 ปี ที่แล้ว (นานมาก)

จำได้ว่า ตอนนั้นเพิ่งจะจบม.6 อยู่ในช่วงรอผลเอ็นทราน

ซึ่งก็มารู้อีกทีว่าเอ็นฯติดธรรมศาตร์ พี่ๆที่ค่าย ยินดีกันยกใหญ่ (แต่ตอนนั้นอยากเข้าจุฬาฯ 555) 

แต่ผมยังคิดถึงเสมอเลย วันนี้เลยเอาบรรยากาศเก่ามา คนึงอีกสักที เหอๆ

 

ตามธรรมเนียม ก็ต้องทำการแนะนำตัว+ละลายพฤติกรรมกันซะหน่อย

อ้อ ค่ายนี้ ตลอดค่ายจะมีน้องๆจากบ้านสลก (เจ้าบ้าน) มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

เสมือนหนึ่งมาจากกรุงเทพฯด้วยกัน แต่ที่โดนใจผมก็คือ

น้องๆเค้ามีเสื้อสายกะเหรื่องด้วย พูดภาษากะเหรื่องได้ด้วย เท่สุดๆ 

 

 

  คลาส Seminar เหอๆ กิจกรรมประจำวัน ของค่ายนี้ บรรยากาศดีมากๆคับ

ผมใส่เชิ้ตน้ำเงิน นั่งหลับอยู่กลางภาพหนะคับ - -" (ไม่ต้องสงสัย หลับทุกคลาสคับ 55)

 

 

ผมนั่งอยู่หลังห้องคับ ตลอดอะ

 

ต่อมาก็รวมกลุ่มกันคิดงาน ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาบ้านสลกคับ สนุกมาก 

 

 

 

อันนี้ เก็บขยะ ตามธารน้ำคับ ที่นู้น น้ำเหล่านี้คือน้ำที่ชาวบ้านใช้ อุปโภค บริโภคคับ 

 

ภาพนี้ำคุ้นๆว่า วันนี้ได้ไปทำนา หรือเก็บถั่วสักอย่าง แล้วก็หิวกัน เลยทำส้มตำกินกัน เหอๆ 

จากริมซ้ายนะคับ

ส้ม (ถ้าจำไม่ผิด) - เด็กสตรีวิทย์ 1 ที่รอผลเอ็นฯอยู่เช่นกัน (ในตอนนั้น)

พี่กล้วย - พี่ค่ายที่คอยดูแลพวกเราอย่างดี

น้องตุ้ยตุ๋ย - น้องเจ้าบ้านที่พวกเราไปพักกัน เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นที่น่าอยู่มากคับ

น้องยู - เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ที่ไปไหนมาไหนกับผมตลอด สอนผมเล่นบาสด้วย

*ส่วนคนที่อยู่ตรงกลางใส่หมวกนี่ มาจากบ้านอื่นคับ มาร่วมแจม ผมจำชื่อไม่ได้อะคับ เหอๆ*

ต่อมา ก็ผมเอง โผล่ออกมาครึ่งหน้า 5555 เพราะมัวแต่กินส้มตำอยู่ 

น้องจอน - นี่ก็น้องผมอีกคน ไปไหนด้วยกันตลอดค่าย กิน นอนด้วยกัน อย่างฮาอะ

ส่วนพี่สาวริมขวานี่ผมขอโทดด้วยคับ ผมจำชื่อพี่ไม่ได้จิงๆ แต่พี่เป็นพี่สาวที่น่ารักมากคับ

ช่วยดูแล ทุกอย่างให้พวกเด็กอย่างพวกเราจิงๆ สอนผมหลายเรื่องด้วย ขอบคุณมากคับพี่

 

และทั้งหมดนี่ก็คือกลุ่มบ้านของผมคับ จิงๆเรามีชื่อบ้านด้วย แต่ผมจำไม่ได้อะคับ -*-

 

กลางคืนเราก็มีงานรอบกองไฟด้วย กองไฟจิงๆคับ ชาวบ้านในบ้านสลกก็มาร่วมงานด้วย

ทุกคนต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของชาวบ้าน งานก็เรียบง่าย สนุกดี

มีการแสดงจากแต่ละบ้าน (แต่ละกลุ่ม) มาแสดง ให้ได้ฮากันเป็นระยะ

 

ตอนนี้กำลังรำวงกันอยู่

 

และนี่ก็คือ เหล่าพี่ๆกิ่งก้านใบ ที่คอยดูแลพวกเราตลอดค่ายนี้คับ 

 

 

ก่อนกลับกรุงเทพฯ ได้แวะเล่นน้ำตก และกิจกรรมยอดฮิตคือ โดดน้ำตก

ผมโดดไป 2 รอบคับ เหอๆ เหนื่อยตอนเดินขึ้นไปโดดนี่แระ สูง 

 

 

สุดท้ายเป็นภาพรวมที่ น่าจะครบทุกคน

 

เป็นค่ายที่ผมรักมากอีกค่า่ยหนึ่งเลยคับ คุ้นๆว่าเหมือนจะร้องไห้เหมือนกันตอนจะกลับกรุงเทพฯ

เราเดินทางไป-กลับด้วยรถไฟ ซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควรสำหรับการเดินทาง

บ้านสลก เป็นหมู่บ้านที่อยู่บนเขาสูง อาทิตย์นึงจะมีรถประจำทางผ่านขึ้นไปสักหน

ที่นั้นอากาศดีมากคับ ผู้คนใจดี เป็นมิตร

 

หลังจากค่ายนั้น ผมก็ได้เขียนจดหมาย โทรศัพท์คุยกับน้องๆบ้าง จนความห่างค่อยไกลออกไป

ล่าสุดผมได้พยายามเขียนจดหมายไป แต่ไม่มีคนตอบกลับ เบอร์โทรศัพท์ของน้องๆก็ติดต่อไม่ได้

แต่ยังไง ผมก็ยังคงคิดถึง และรัก บ้านสลก เสมอคับ

และในขณะเดียวกัน ผมก็ได้เข้าร่วมกลุ่มกิ่งก้านใบ ในการทำกิจกรรมให้สังคมอีกเยอะมากก เหอๆ

ก็เพราะจากค่ายนี้อีกหละคับ ที่ผมได้พบกับอะไรดีๆมากมาย

 

ขอบคุณทุกคนจิงๆ ผมคิดถึงทุกคนนะคับ รักทุกคนเช่นเคยคับ

 ปล.ผู้ใดพบเห็นบุคคลในภาพ ช่วยฝากบอกพวกเค้าด้วยนะคับว่า ผมคิดถึงคับ ^ ^ 

Congra TU lation 2009 วันซ้อม

posted on 16 Aug 2009 13:12 by byrdblog  in studying

ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ และเพื่อนๆที่เรียนจบกันอย่างงดงามด้วย T T

และเนื่องจากการศึกษาเป็นเรื่องยาก ปีนี้ พีบี จึงยังไม่จบป.โทดังคาดหมาย (โฮกๆๆ)

แต่ยังไงก็ดีใจกับน้องๆด้วยจริงๆที่เรียนจบกันได้ (สอยเกียรตินิยมกันเป็นว่าเล่นเรยนะพวกเมิง)

และการศึกษาในระดับปริญญาโทก็ทำให้ผมได้ตระหนักว่า "3.78 ไม่ได้แปลว่าจะเรียนจบ "

 

และเนื่องจาก การเตรียมตัวค่อนข้างน้อย กระผมจึงทำการเหมาป้ายเรียนจบ สีเหลืองสวยงาม

จากหน้างาน ด้วยราคาป้ายละ 100 บาท ถ้วน (แค่นี้ก็แทบจนละ เหอๆ)

ดังนั้น ภาพที่คุณจะได้ชมต่อไปนี้ จึงจะมีป้ายเรียนจบเป็นอุปกรณ์รวมทุกประเภท 555

 

จะมัวร่ำไรไยเล่า ไปชมความปรีดากับลูกพ่อปรีดีกันดีกว่าาาาาา

 

คนแรกน้องเดชวิน

 

 

น้องโจ้ (ตอนอวบ)

 

ตากล้องบอก ขอน่ารักๆ -*- เต็มที่แระ

 

น้องโจ้ และ วุด (เอสไอ)

 

ต่อปายย น้องอิค เสดสาด

 

อิคหน้าแก่กว่าพี่นะ พี่ว่า 555

 

 

และระหว่างทางก็ได้พบกับเพื่อนเก่า และน้องๆ ฮริ้ววว

เต้ และน้องแอนนา

 

ตามมาติดๆด้วย น้องมะปราง ที่มาขโมยหอมไปแบบไม่รู้ตัว -*-

 

 

เข้าสู่โหมดปกติ น้องพฤกษ์ นิติ

 

อีกสักรูป

 

 

 และเฮียซิน กับม้าเต่อได้ใจมาก

 

 

จบลงเพียงเท่านี้ เพราะเหนื่อยมากแล้ว

กราบขอโทษมายังน้องๆ และเพื่อนๆคณะถาปัดด้วย ที่ไม่ได้ไปหาเลย

เพราะคิวเยอะจริงๆ แต่ก็ยินดีกับทุกคนด้วยนะ เก่งโคตๆ 555

 

ดีใจด้วย รักทุกคนคับ ^ ^ 

April Bride

posted on 04 Aug 2009 19:44 by byrdblog  in animation

หลังจากทริปกลับจาำก ชะอำ ที่ มาววว เต็มที่ไป 2 คืนแล้ว

ก็ยังคงเหลือวันพักผ่อนอีก 1 วัน (โอ้วว สุดยอด)

ตามธรรมเนียม จึงต้องสละวันนี้ให้กับ Apex เช่นเดิม เหอๆ

ประจวบเหมาะกะหนังเรื่องอื่นๆก่อนหน้า ก็จัดการฟาดเรียบไปหมดแระ เหลือก็เรื่องนี้แหละ

เอ้า ! ดูก็ดู ถึงจะไม่ค่อยอยากซึ้งอะไรนัก แต่ก็ชอบดูหนังนิ ดูไปเห้อออออ

 

ก่อนเข้าโรงหนัง จึงต้องไปช้อปปิ้ง หาซื้ออะไรเข้าไปกินนิดหน่อยก่อน

เพราะยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย อาจท้องกิ่วได้ พาลจะดูหนังไม่สนุก

และในที่สุด ก็ได้น้ำสัมมาหนึ่งขวด (ใหญ่มากกก) กะขนมเปี้ยะ 3 ชิ้น

อร่อยทั้งคู่ สามารถหาซื้อได้ที่กูเม่ พารากอนคับ

 

จากนั้นก็รีบตรงดิ่งไปซื้อตั๋วทันที ข้อดีของหนังเครือนี้คือ 

เป็นหนังที่ค่อนข้างดี ดูแล้วมักไม่เสียดายตัง

ทุกเรื่อง ร้อยเดียว ถูกสุดๆ

สามารถนำขนมจากข้างนอกเข้าไปทานได้ เยี่ยม

ส่วนใหญ่จะซื้อตั๋วได้ที่หน้าโรง ก่อนเข้าโรง เพราะยังไงก็ว่าง

(นอกจากหนังบางเรื่อง ที่เคยเกิดเหตุการณ์ มีเก้าอี้เสริมกันมาแล้ว อย่างอึ้ง เหอๆ)

และสุดท้าย พนักงานบริการดี คุณลุง คุณป้า ใจดี ที่โดนสุดๆคือ สูทสีเหลืองคับ ^ ^

 

April Bride

ผมชอบนะ หนังไม่รีบ ไม่เร่ง เรื่อยๆ เอื่อยๆ หนังเหมือนพยายามให้ซึ้ง แต่จะว่าไปก็ไม่ค่อย

เพราะมันสร้างมาจากชีวิตจิง หนังเล่าเรื่องราวของเด็กสาววัย 23 ที่สดใส น่ารัก

ตามประสาวัยรุ่น เธอย่อมมีคนรัก ที่ซึ่งก็รักเธอมาก มากเหลือเกิน

เธอเป็นมะเร็งเต้านม 2 ครั้ง ครั้งแรกเหมือนจะรักษาหายไป แต่มันก็กลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง

การผ่าตัดในครั้งแรกทำให้เธอสูญเสีย หน้าอกไป แต่เธอก็ได้คนที่รักเธอมาก มาแทน

และในการป่วยครั้งที่ 2 ก็ได้เอาชีวิตเธอไป

 

หนังพยายามเล่าถึงความสัมพันของพระเอก นางเอก ที่ลำบาก ให้คนดูซาบซึ้ง

แต่ฉากที่ผมซึ้งคือ ฉากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน โอ้ พระเจ้า จะมีชายใดแต่งงานกะหญิงคนรัก

ที่จะมีชีวิตอีกแค่ ไม่ถึงสัปดาห์ เล่นเอาเสียง ซิกๆ ทั้งโรง (ถึงแม้คนจะน้อย แต่ก็ได้ยิน เหอๆ)

 

อ้าาาา ดูหนังจบแล้ว นึกถึงแฟนเก่าจัง

ก็เหมือนเคยคุ้นๆว่าได้วาดภาพ ความรักของเราไว้ทำนองนี้เหมือนกันเนอะ 55

มีความสุขดีเหมือนกัน ได้นึกถึงอะไรแบบนี้

แต่ผมแนะนำว่า ถ้าจะไปดู ควรไปดูกะคนรักน่าจะดีครับ น่าจะรักกันยิ่งขึ้นดี

ส่วนคุณผู้หญิงทั้งหลาย ผมว่าติดทิชชูไปซับน้ำตาด้วยก็ดี

มันคงไม่ร้องโฮกฮากออกมาหรอกฮะ แต่ก็น่าจะซึมๆได้อยู่

เพราะสังเกตจากชายร่างเบิ้มที่มากะแฟน ร้องเสียงแหลมออกมาเลย เหอๆ

 

ยังไงก็ขอให้สนุกกับการดูหนังน่าค้าบบบ

ปล. โชคดีที่ติดน้ำส้มเข้าโรงไปด้วย เลยซัดหมดขวดเลย

เพราะมีเสียงคนไอ แค่กๆ ลอยมาด้วย  - -"

จึงเร่งเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกายอย่างไว รักษาสุขภาพด้วยนะค้าบ โชคดีคับ